7 อาการ ที่บอกว่า คุณควร เปลี่ยนแอร์ใหม่

7 อาการ ที่บอกว่า คุณควร เปลี่ยนแอร์ใหม่   

การใช้งานแอร์ไปนาน ๆ ย่อมเกิดอาการเสีย อาการชำรุดต่าง ๆ ตามมาได้เสมอ ยิ่งใช้แอร์อย่าง ไม่ระมัดระวังด้วย อายุการใช้งาน ของแอร์ยิ่งลดลง โดยปกติแอร์ จะมีอายุการใช้งานได้นานถึง 15 ปี แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพ ของการใช้งานของเครื่องปรับอากาศด้วย ว่าได้ใช้ทุกวันหรือไม่

7 อาการ ที่บอกว่า คุณควร เปลี่ยนแอร์ใหม่

หากใช้ทุกวันหรือเกือบทุกวัน เครื่องปรับอากาศ นั้นก็น่าจะมีอายุการใช้งาน สูงสุดประมาณ 15 ปี หากเครื่องเริ่มมีปัญหา หรือยังฝืนนานกว่านั้น อาจจะต้อง เสียค่าซ่อมบำรุงและเสียค่าไฟเกินกว่าที่จำเป็น  และก่อนที่เครื่องปรับอากาศจะเสียใช้งานไม่ได้ เราจะสังเกตจากอาการดังต่อไปนี้ จะสามารถบอกได้ว่าคุณควรเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่ได้แล้ว

 

1.ใช้แอร์งานนานเกิน 10 ปี

แอร์เก่าที่ใช้มานาน ๆ จะเริ่มมีการเสื่อมสภาพลง ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และยังทำให้กินไฟเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย การใช้งานนานถึง 10 ปี ก็ถือว่าคุ้มแสนคุ้มแล้ว ฉะนั้นการเปลี่ยนแอร์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า และยังได้เทคโนโลยี ฟังก์ชันใหม่ๆ มาใช้ในห้องของคุณได้อีก

 

2.แอร์ที่กินไฟมาก

ข้อนี้อาจจะสังเกตได้ยากกว่าสักหน่อย แต่ก็สามารถเช็คได้ว่าถ้าเป็นช่วงหน้าร้อนหรือช่วงที่เราเปิดแอร์บ่อย ๆ แล้วค่าไฟพุ่งขึ้นผิดปกติ ก็แปลว่า แอร์ของคุณเริ่มกินไฟแล้ว ถ้าไม่อยากให้แอร์กินค่าไฟมาก ๆ การเลือกแอร์ใหม่มาติดแทนนั้นสำคัญ คุณจะต้องเลือกแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ด้วย ถ้าอยากได้ประหยัดกว่างเบอร์ 5 ก็ต้องเป็นแอร์อินเวอร์เตอร์ Inverter เป็นระบบที่ผลิตมาช่วยให้คุณได้ประหยัดไฟมากขึ้นสูงสุดถึง 40% และยังทำให้ยืดอายุการใช้งานนานอีกด้วย

 

3.คอมเพรสเซอร์เริ่มผุพัง

ฟังดูน่ากลัว แต่เป็นการสังเกตดูว่า แอร์นั้นถูกใช้งานมานานแล้วหรือยัง มีโอกาสเป็นไปได้ว่า คอมเพรสเซอร์ หคือ คอยบล์รอ้น จะมีการผุพัง หรือ ผุกร่อน เพราะต้องเจอทั้งแดด ทั้งฝน และอากาศที่เป็นพิษต่ออุปกรณ์ ทำให้แอร์ของเราเสื่อมได้ เราจึงควรเปลี่ยนแอร์ใหม่ โดยที่หากกลัวว่าแอร์ใหม่จะผุเหมือนแอร์เก่าแล้วล่ะก็ แนะนำให้เลือกแอร์ที่มีการเคลือบสารบลูฟินที่คอมเพรสเซอร์ สารตัวนี้จะช่วยป้องกันการกัดกร่อน ของกรดจากฝนหรือสารพิษจากอากาศได้ ทำให้ช่วยยืดอายุการใช้งานแอร์ได้อีก

 

4.แอร์ไม่เย็น

ข้อนี้สังเกตกันง่าย ๆ เลยว่า พอเปิดแอร์สักพัก แอร์เย็นเหมือนก่อนหรือไม่ แม้ว่าจะให้ช่างมาล้างแอร์ก็แล้ว หรือ น้ำยาแอร์รั่ว และช่างก็มาเติมแล้ว แต่ก็ยังไม่เย็นอีก เป็นไปได้ว่าแอร์เริ่มเก่าหรือหมดกำลังซะแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนเป็นแอร์ใหม่จะคุ้มค่ากว่า

 

5.ซ่อมแอร์บ่อย

โดยปกติแล้วแอร์จะไม่ค่อยมีปัญหา หรือ เสียได้ง่าย ๆ แต่เมื่อไหร่ที่แอร์เริ่มต้องซ่อมบ่อยขึ้น ๆ เป็นการบ่งบอกว่าแอร์เริ่มป่วยหนักแล้ว ยิ่งบางทีการซ่อมแอร์หนึ่งครั้งก็เกือบจะซื้อแอร์ใหม่ได้เลย แบบนี้ละก็เปลี่ยนแอร์ใหม่ดีกว่ามาซ่อมแล้ว ซ่อมอีก และไม่รู้ว่าจะหายหรือเปล่า ดูที่ความคุ้มค่าเป็นหลักเลย

 

6.เปิดแอร์ที ดังถึงปากซอย

หลายคนคงเบื่อเวลาเปิดแอร์แล้ว เสียงดังมาแต่ไกลดังสามบ้านแปดบ้าน ซึ่งการเปิดแอร์แล้วมีเสียงดังมาก ๆ นั้น ก็เป็นอาการที่บ่งบอกว่าตัวคอมเพรสเซอร์ ควรได้รับการซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนใหม่ได้แล้ว

 

7.ค่าซ่อมแพงกว่า

เครื่องใช้ไฟฟ้า ค่าซ่อม ค่าอะไหล่ ส่วนมากจะเกือบ ๆ ค่าเครื่องใหม่แล้ว การที่เราจะให้ช่างซ่อมแอร์นั้น ก็ควรสอบถามค่าใช้จ่ายก่อนด้วย เพราะหลายครั้งซ่อมแอร์มาก็ไม่ได้เย็นเหมือนเก่า ดังนั้น การซื้อแอร์ตัวใหม่อาจจะคุ้มค่ากว่า แถมรับประกันว่าเย็นกว่าแน่นอน


Tel : 0843853521  ,Line:  0843853521 

จริงซื้อเอง ไม่ใช่นายหน้า ให้ราคาดีที่สุดครับ
รับซื้อแอร์เก่า | รับซื้อของเก่า | รับซื่อเครื่องครัวเก่า | รับเหมาะย้ายร้าน | รับซื้อเฟอร์นิเจอร์




ขนาดแอร์เก่าที่รับ

ขนาด   9,000 BTU  = ราคา 500-6,000   บาท

ขนาด 12,000 BTU  = ราคา 500-8,000   บาท

ขนาด 18,000 BTU  = ราคา 1,000-10,000 บาท

ขนาด 24,000 BTU  = ราคา 1,000-12,000 บาท

ขนาด 30,000 BTU  = ราคา 1,500-14,000 บาท

ขนาด 36,000 BTU  = ราคา 2,000-16,000 บาท


ยี่ห้อแอร์


แอร์ไดกิ้น ,DAIKIN,แอร์ไดเซ็นโกะ ,DAISENKO,แอร์ฟูจิสุ,FUJITSU,แอร์ไฮเออร์ ,HAIER,แอร์ฮิตาชิ, HITACHI,แอร์แอลจี ,LG,แอร์มีเดีย, MIDEA,แอร์มิตซูบิชิเฮฟวี่ ,MITSUBISHI HEAVY,แอร์มิตซูบิชิ, MITSUBISHI,แอร์มิตชูต้า, MITSUTA,แอร์พานาโซนิค, PANASONIC,แอร์ชัยโจเด็นกิ, SAIJO DENKI,แอร์ซัมซุง, SAMSUNG,แอร์ชาร์, SHARP,แอร์สตาร์แอร์, STAR AIRE,แอร์โตชิบา ,TOSHIBA,แอร์เทรน, TRANE,ยูนิแอร์ ,UNI-AIRE,แอร์ยอรค์ ,YORK,

ติดต่อ

Tel : 0843853521 ,Line : 0843853521 ,Line OA : @698kqxym